ทำความผิดเพราะบันดาลโทสะ โดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง
          การใช้กำลังทำร้ายคนอื่นเป็นความผิดต่อกฎหมาย ส่วนโทษที่ผู้ทำผิดนั้นจะได้รับนั้นจะหนักเบาแค่ไหนก็อยู่ที่ผลจากการทำความผิดว่า ผู้ถูกกระทำได้รับบาดเจ็บแค่ไหน หากได้รับบาดเจ็บไม่มากก็อาจต้องเสียค่าปรับอะไรกันไปเรื่องก็จบ แต่หากได้รับบาดเจ็บมากจนถึงขั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส และหนักสุดไปจนถึงขั้นเสียชีวิตแล้ว โทษของผู้ทำความผิดก็จะถึงขั้นติดคุกไปจนถึงประหารชีวิต

          การทำร้ายคนอื่นอย่างไม่มีเหตุผล หรือทำด้วยความไม่พอใจอะไรบางอย่าง หรือทำร้ายกันเองเนื่องจากขัดผลประโยชน์ส่วนตัว ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นหากใครได้ทำความผิดขึ้นมาด้วยเหตุผลเหล่านี้ ก็ย่อมจะได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วย

         กรณีการทำร้ายคนอื่นขณะที่ผู้ทำผิดอยู่ในอารมณ์โกรธหรือบันดาลโทสะ ด้วยสาเหตุที่ว่า ผู้ถูกทำร้ายได้เข้ามาข่มเหงรังแกผู้ทำผิดอย่างไม่ถูกต้องเป็นธรรม จนผู้ทำความผิดไม่สามารถระงับอารมณ์ได้ จึงได้ทำร้ายต่อผู้ที่เข้ามาข่มเหงรังแกในขณะนั้น เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจากความผิดนี้เราจะเห็นได้ว่าผู้ถูกทำร้ายได้มีส่วนทำให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาด้วย ดังนั้นหากจะลงโทษผู้ทำความผิดโดยไม่ผ่อนปรนอะไรเลยก็ดูจะไม่เป็นธรรมนัก ฉะนั้นกฎหมายจึงให้ศาลลงโทษผู้ทำความผิดน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ได้ ตามกฎหมายที่ว่า
“ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้” 

ตัวอย่างคดีที่เกิดขึ้น
          “เหตุบันดาลโทสะอาจเกิดเพราะคำบอกเล่าได้ ไม่จำเป็นต้องประสบเหตุการณ์ด้วยตนเอง วันเกิดเหตุจำเลยที่ 2 บอกจำเลยที่ 1 ว่าผู้ตายซึ่งเป็นภริยาจำเลยที่ 1 มีชู้โดยจำเลยที่ 2 เห็นผู้ตายกับชายชู้เข้าห้องและปิดประตูอยู่ด้วยกัน มีลักษณะว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว ถือได้ว่าเป็นการข่มเหงจิตใจจำเลยที่ 1 อย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ดังนั้นการที่จำเลยที่ 1 ทำร้ายผู้ตายทันทีที่ได้รับคำบอกเล่าจึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ”

          “นายดำ เป็นพ่อของนายขาว ผู้เสียหาย คืนเกิดเหตุนายขาว ผู้เสียหาย ได้ดื่มสุราจนเมา นายดำ จึงได้ไล่ให้ผู้เสียหายไปนอนที่บ้าน ไม่ให้นอนที่กระท่อมของนายดำ นายขาว ผู้เสียหายไม่ยอมไป ได้ด่านายดำ เสียๆ หายๆ ด่าว่า พ่อหัวควย พ่อเหี้ย พ่อสัตว์ ไม่รักลูก แล้วนายขาว ผู้เสียหาย กลับออกไป 2 ถึง 3 นาทีได้กลับมาใหม่เพื่อมาเอาห่อยาเส้น นายดำ ไล่นายขาว ผู้เสียหาย ให้กลับไปนอนที่บ้านอีกครั้ง แต่นายขาว ผู้เสียหาย ไม่ยอมไป กลับด่านายดำ เช่นเดียวกับครั้งแรกและด่าให้อวัยวะเพศชายอีก ทั้งนายขาว ผู้เสียหาย มีมีดยาว 1 ศอกอยู่ในย่ามและท้านายดำ ให้ออกมาฟันกัน นายดำ โกรธแค้นที่นายขาว ผู้เสียหาย ไม่เคารพยำเกรงและด่านายดำ ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ดังนั้นการที่นายดำ ซึ่งเป็นพ่อใช้อาวุธปืนยิงนายขาว ผู้เสียหาย กรณีจึงเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ”

**********************************************************************
ประมวลกฎหมายอาญา
          มาตรา 72  ผู้ใดบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จึงกระทำความผิดต่อผู้ข่มเหงในขณะนั้น ศาลจะลงโทษผู้นั้นน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้

กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลักบทความ