แจ้งความเท็จ แก่เจ้าพนักงาน
          ส่วนมากเราจะไปติดต่อกับหน่วยงานราชการ ก็ต่อเมื่อถึงคราวจำเป็น อีกทั้งการไปติดต่อราชการแต่ละหน่วยงานนั้น ก็จะเป็นเรื่องหรือเป็นกิจธุระที่มีความสำคัญ ดังนั้นการไปติดต่อราชการจึงไม่สามารถทำเป็นเรื่องล้อเล่นได้ การให้ข้อมูล หรือแจ้งข้อมูลต่างๆ กับเจ้าหน้าที่ก็จะต้องแจ้งข้อมูลที่เป็นความจริงเท่านั้น หากใครไปแจ้งข้อมูลที่เป็นความเท็จกับเจ้าหน้าที่ ผู้นั้นอาจจะมีความผิด ในเรื่องการ “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ” เอาได้

          การแจ้งข้อความที่เป็นเท็จกับเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าพนักงานตามหน่วยงานราชการต่างๆ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          หลักเกณฑ์หรือการกระทำที่ถือว่าจะเป็นการทำความผิด คือ

            1.ผู้ที่แจ้งข้อความรู้อยู่ว่าข้อความที่ได้แจ้งไปนั้นไม่เป็นความจริง
            2.เป็นการแจ้งข้อความกับเจ้าพนักงาน ซึ่งก็คือ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการต่างๆ
            3.ผลการแจ้งข้อความที่เป็นเท็จนั้น อาจจะทำให้คนอื่นหรือประชาชนได้รับความเสียหาย
(แค่อาจจะทำให้เกิดความเสียหาย แต่ไม่เกิดความเสียหายจริงๆ ก็ผิดแล้ว) หรือทำให้คนอื่นหรือได้รับความเสียหาย
          เมื่อครบเงื่อนไขสามประการที่กล่าวมา ผู้แจ้งก็จะมีความผิดต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด

ตัวอย่างคดีที่เกิดขึ้น

          “นายสมชาย เป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน การที่นายสมชายรู้อยู่แล้วว่าโฉนดที่ดินของตัวเองอยู่ในความครอบครองของนายสมคิด เนื่องจากตัวเองนำไปวางค้ำประกันการกู้ยืมเงินไว้ ไม่ได้สูญหายไปไหน แต่กลับไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า โฉนดที่ดินของตัวเองสูญหาย แล้วนำบันทึกคำแจ้งความที่ได้ ไปขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน จากนั้นก็โอนขายที่ดินให้กับคนอื่นไป กรณีนี้เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ”

 
          “นางสมหญิง แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายสมหมายทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสัญญาว่าจ้างก่อสร้างอาคารกับบริษัทผู้เสียหาย การก่อสร้างอาคารยังไม่แล้วเสร็จและอาคารดังกล่าวมีชื่อนางสมหญิงเป็นเจ้าของบ้าน จึงแจ้งความร้องทุกข์ไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จ กรณีนี้นางสมหญิงผู้แจ้งจึงมีความผิดฐานแจ้งข้อความเท็จ”
          “นายสมใจยืนยันข้อเท็จจริงว่า นายสมใจเห็นนายสมหมายร่วมหยิบเอาเศษสร้อยคอทองคำของนายสมใจไปและได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับนายสมหมายในข้อหาลักทรัพย์ไว้แล้ว ซึ่งเป็นข้อความอันเป็นเท็จ ดังนั้นนายสมใจผู้แจ้งจึงมีความผิดฐานแจ้งข้อความเท็จ”
          “รู้ว่ามิได้มีการกระทำผิดในข้อหาลักทรัพย์เกิดขึ้น แต่กลับไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้มีการกระทำผิดในข้อหาลักทรัพย์อันเป็นเท็จ ดังนั้นผู้แจ้งจึงมีความผิดฐานแจ้งข้อความเท็จ”

************************************************************************
ประมวลกฎหมายอาญา
           มาตรา137 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลักบทความ