ต่อสู้ ขัดขวางเจ้าพนักงาน
          ตามวิสัยของคนที่ได้ทำความผิด มักจะทำทุกวิถีทางให้ตัวเองรอดพ้นจากการถูกจับกุม เพื่อที่ตัวเองจะไม่ต้องรับโทษตามความผิดที่ตนเองได้ทำเอาไว้ ดังนั้นยามเมื่อผู้ที่ได้ทำความผิดมา ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้น หรือขอตรวจสอบ ที่ได้ทำความผิดก็อาจจะทำการต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ เพื่อจะหลบหนีได้ ซึ่งการกระทำอย่างนี้ เป็นความผิดในเรื่อง “ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน”

          การต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ หรือผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ ผู้ที่ทำการต่อสู้ขัดขวางมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีหากการต่อสู้ขัดขวางนั้น ได้มีการใช้กำลังทำร้ายเจ้าหน้าที่ หรือทำการข่มขู่เจ้าหน้าที่ว่าจะใช้กำลังทำร้าย กรณีนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          ในความผิดในเรื่องการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานนี้ มีหลักเกณฑ์ที่เป็นองค์ประกอบที่จะถือว่าเป้นความผิด คือ
             1. ได้มีเจตนา 
             2. ทำการต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน หรือผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานงาน และ
             3. ในขณะที่เจ้าพนักงานทำตามหน้าที่
หากครบหลักเกณฑ์ทั้งสามอย่างแล้ว ผู้ที่ทำก็จะมีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าหนักงาน

ตัวอย่างคดีที่เกิดขึ้น

          “ก่อนเกิดเหตุสิบตำรวจเอก พอ พบเห็นจำเลยมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าจะกระทำความผิดโดยมีเครื่องมืออาวุธ หรือวัตถุอย่างอื่นอันสามารถอาจใช้ในการกระทำผิด และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดซึ่งหน้าแม้สิบตำรวจเอก พอ ไม่มีหมายจับ แต่ได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจให้จำเลยทราบแล้ว สิบตำรวจเอก พอ จึงมีอำนาจตรวจค้นและจับจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 (1), (2), 93 การที่จำเลยใช้มือกดอาวุธปืนไม่ให้สิบตำรวจเอก พอ ดึงออกมาจากเอวจำเลยเพื่อยึดเป็นของกลาง จึงเป็นการขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง”

          “จำเลยกับพวก ร่วมกันชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ ระหว่างจำเลยหลบหนีถูกผู้เสียหายกับพวก ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจติดตามจับกุม จำเลยขับรถจักรยานยนต์เข้าข้างทางและล้มลง จำเลยลงจากรถจักรยานยนต์แล้วชักอาวุธปืนสั้นเล็งมาทางผู้เสียหายกับพวก เพื่อข่มขู่มิให้ผู้เสียหายกับพวกทำการจับกุมจำเลย จำเลยจึงมีความผิดฐานต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยมีหรือใช้อาวุธปืนขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย”

          “ก่อนเข้าตรวจค้นร้อยตำรวจโท สอ ได้แสดงหมายค้นเพื่อขอตรวจค้นแล้ว แต่ ถอ ไม่ยอมให้ตรวจค้น ขณะร้อยตำรวจโท ปอ จะเดินเข้าประตูบ้าน จำเลยใช้มือผลักหน้าอกร้อยตำรวจโท ปอ พร้อมกับร้องด่าว่า "ไอ้พวกอันธพาลไอ้พวกฉิบหาย ไอ้มือปืน" ร้อยตำรวจโท สอ เข้าไปห้ามปรามจำเลยแต่จำเลยก็ยังด่าอีก  การกระทำดังกล่าวในขณะตำรวจจะเข้าทำการตรวจค้น ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย  เป็นการขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่”

          “จำเลยขับรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ล้มลง แล้วขับรถยนต์หลบหนี เจ้าพนักงานตำรวจจึงขับรถยนต์ติดตามเพื่อจับกุม แต่จำเลยขัดขวางการจับกุมโดยขับรถยนต์ปาด ไปทางซ้ายและทางขวา  การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวาง”

************************************************************************
ประมวลกฎหมายอาญา
          มาตรา 138 ผู้ใดต่อสู้ หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
          ถ้าการต่อสู้หรือขัดขวางนั้น ได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลักบทความ