การแจ้งเกิด
1. กรณีเด็กเกิดในโรงพยาบาล, สถานีอนามัย หรือสถานพยาบาลต่างๆ
          เด็กที่เกิดในโรงพยาบาล สถานีอนามัย หรือสถานพยาบาลต่างๆ ผู้ที่ทำคลอดให้จะต้องออกหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. ๑/๑) ให้ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำเอาไปใช้เป็นหลักฐานประกอบในการไปแจ้งเกิดที่เทศบาล, อำเภอ โดยผู้ที่มีหน้าที่ต้องไปแจ้งการเกิดของเด็กนั้น ได้แก่
            1. หัวหน้าของโรงพยาบาล สถานีอนามัยหรือสถานพยาบาลนั้น ซึ่งอยู่ในฐานะเจ้าบ้าน แล้วแต่กรณี (ตามปกติโรงพยาบาลจะไม่ไปแจ้งเกิด เพียงแต่เป็นผู้ออกเอกสารต่างๆ ให้ จากนั้นก็ให้บิดานำไปยื่นแจ้งเกิดที่เทศบาล หรืออำเภอ)
            2. บิดาของเด็กทีเกิด
            3. มารดาของเด็กที่เกิด

ระยะเวลาในการไปแจ้งเกิด
          ต้องไปทำการแจ้งเกิดภายในกำหนด 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เด็กเกิด

สถานที่ไปแจ้งเกิด
          - ถ้าโรงพยาบาล สถานีอนามัย หรือสถานพยาบาลที่เด็กเกิดนั้นตั้งอยู่ในเขตเทศบาล ก็ให้ไปแจ้งเกิดที่งานทะเบียนในเขตเทศบาลนั้น
          - ถ้าโรงพยาบาล สถานีอนามัยตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล ให้ไปแจ้งเกิดที่สำนักงานทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอที่ตั้งอยู่ในเขตท้องที่นั้น

หลักฐานที่ต้องนำแสดงด้วย
          1. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ไปแจ้งเกิด
          2. หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. ๑/๑) ที่โรงพยาบาล สถานีอนามัย หรือสถานพยาบาลที่เด็กเกิดได้ทำให้
          3. สำเนาทะเบียนบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็กเข้าไปอยู่

กรณีเด็กเกิดนอกสถานพยาบาล
          1. กรณีเด็กเกิดที่บ้าน เช่น บ้านของพ่อแม่, ญาติพี่น้อง บุคคลที่มีหน้าที่ต้องไปแจ้งการเกิดของเด็ก คือ
            - ผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าบ้านในบ้านที่เด็กเกิดนั้น
            - บิดาของเด็กที่เกิด
            - มารดาของเด็กที่เกิด

ระยะเวลาในการแจ้งเกิด
           ต้องไปแจ้งเกิดภายในกำหนด 15 วัน นับตั้งแต่เด็กเกิด โดยมีขั้นตอนดำเนินการดังต่อไปนี้
            - ถ้าบ้านที่เด็กเกิด อยู่ในเขตท้องที่ของที่ว่าการอำเภอ ให้แจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้านประจำหมู่บ้านที่เด็กได้เกิด เมื่อรับแจ้ง ผู้ใหญ่บ้านในฐานะนายทะเบียนผู้รับแจ้งประจำหมู่บ้าน จะต้องรับแจ้งการเกิดนั้น พร้อมทั้งออกหลักฐานเป็นใบรับแจ้งการเกิด (ท.ร ๑ ตอนหน้า) ให้ผู้แจ้งไว้เป็นหลักฐาน
           เมื่อได้รับหลักฐานใบการเกิดมาแล้ว ก็ให้เจ้าบ้าน บิดา, หรือมารดาของเด็กที่เกิดแล้วแต่กรณี นำหลักฐานการเกิดที่ได้มา ไปทำการแจ้งเกิดต่อนายทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภออีกครั้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกใบสูติบัตรให้  หรือหากผู้แจ้งสะดวกที่จะเดินทางไปแจ้งการเกิด ณ ที่ว่าการอำเภอโดยตรง โดยไม่ต้องแจ้งการเกิดกับผู้ใหญ่บ้านก่อนก็ได้
             - ถ้าบ้านที่เด็กเกิดนั้น อยู่ในเขตท้องที่ของเทศบาล ก็ให้ผู้แจ้งไปแจ้งการเกิดได้ที่งานทะเบียนในเขตเทศบาลที่เด็กเกิดนั้น

หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
          1. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้งการเกิด
          2. ใบรับแจ้งการเกิด (ท.ร ๑ ตอนหน้า) ที่ผู้ใหญ่บ้านออกให้ (ถ้ามี)
          3. สำเนาทะเบียนบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็กเข้าไป
          4. พยานบุคคลที่รู้เห็นการเกิดของเด็ก เช่น หมอตำแย เพื่อนบ้าน เป็นต้น

2. กรณีเด็กเกิดนอกบ้าน เช่น บนรถโดยสาร, ที่ศาลาข้างทาง, บนรถแท็กซี่,  ผู้ที่มีหน้าที่จะต้องไปแจ้งการเกิดของเด็ก  คือ
          1. บิดาของเด็กที่เกิด
          2. มารดาของเด็กที่เกิด
          การแจ้งการเกิดของเด็กในกรณีนี้ จะต้องแจ้งภายในกำหนด 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เด็กเกิดเช่นกัน แต่ถ้าหากมีเหตุจำเป็นอื่นๆ ที่ทำให้ไม่สามารถไปแจ้งการเกิดได้ ภายในเวลาที่กำหนด ก็สามารถขยายเวลาการแจ้งเกิดออกไปได้อีกไม่เกิน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่เด็กเกิด โดยวิธีการแจ้งการเกิด และหลักฐานที่จะต้องนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่นั้น ก็เช่นเดียวกันกับกรณีเด็กเกิดในบ้าน

            ข้อควรรู้
          1. หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. ๑/๑) ที่โรงพยาบาลออก รวมทั้งใบรับแจ้งเกิด (ท.ร. ๑ ส่วนหน้า) ที่ผู้ใหญ่บ้านออกให้นั้น ไม่ใช่ใบเกิด หรือใบสูติบัตร
          2. เด็กที่เกิดในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นบุตรของคนไทย หรือคนต่างด้าว สามารถจะไปแจ้งเกิดและมีสิทธิจะได้รับหลักฐานการเกิด ด้วยเช่นกัน
          3. การรับแจ้งการเกิด และการออกใบสูติบัตร หรือใบเกิด ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด
          4. การไม่ไปแจ้งเกิด ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันที่เด็กเกิด เป็นความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
          5. ในการแจ้งการเกิดของเด็ก จะต้องทำการตั้งชื่อเด็กไปด้วย เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้จดบันทึกลงไปในใบสูติบัตร หรือใบเกิดนั้นได้

การแจ้งเกิดเกินกำหนดเวลา
          กรณีที่ไม่ได้มีการแจ้งการเกิดภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เด็กเกิด เจ้าบ้านที่เด็กเกิด หรือบิดามารดาของเด็กสามารถไปแจ้งการเกิดเกินกำหนดต่อเจ้าหน้าที่ได้ โดยอาจจะต้องเสียค่าปรับในความผิดฐานไม่แจ้งการเกิดภายในเวลาที่กำหนด

สถานที่แจ้งเกิด
          - ถ้าเด็กเกิดในเขตท้องที่ของเทศบาล ก็ให้ไปแจ้งการเกิดที่งานทะเบียนในเขตเทศบาลนั้น
          - ถ้าเด็กเกิดในนอกเขตเทศบาล ก็ให้ไปแจ้งการเกิดได้ที่งานทะเบียนในอำเภอในท้องที่ที่เด็กเกิดนั้น

หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
          1. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง
          2. บัตรประจำตัวของบิดามารดาของเด็กที่แจ้งเกิด (ถ้ามี)
          3. สำเนาทะเบียนบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็กเข้าไปอยู่
          4. พยานบุคคลที่รู้เห็นการเกิดของเด็ก เช่น หมอตำแย เพื่อนบ้าน เป็นต้น
          5. เอกสารอื่นๆ เพื่อ ประกอบการพิจารณารับแจ้ง เช่น หนังสือรับรองการเกิด (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนนักเรียน เป็นต้น

การแจ้งเกิดในกรณีของเด็กที่พ่อแม่ทอดทิ้งไป
          เมื่อมีผู้พบเห็นเด็กแรกเกิด หรือเด็กเล็กที่มีอายุไม่เกิน 7 ปี ถูกทอดทิ้ง ผู้ที่พบเห็นเด็กจะต้องทำการแจ้งการพบเด็กนั้น พร้อมทั้งนำตัวเด็กไปส่งต่อพนักงานฝ่ายปกครอง (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ปลัดอำเภอ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (เจ้าหน้าที่ประชาสงเคราะห์) เพื่อทำหลักฐานการรับตัวเด็ก และดำเนินการแจ้งการเกิดให้กับเด็กตามที่กฎหมายกำหนด

การแจ้งเกิดสำหรับเด็กที่เกิดต่างประเทศ
         บุตรของบุคคลสัญชาติไทยที่เกิดในต่างประเทศ สามารถไปแจ้งการเกิดได้ที่สถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย ที่ตั้งอยู่ในประเทศนั้นๆ ได้
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลัก ของบทความนี้