คะแนนกระทู้:
  • 0 Votes - 0 Average
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
สงสัยในคำฟ้อง
#1
ผมขอเรียนถามว่า
คำฟ้องคดีอาญาต่อไปนี้
1.ขัดแย้งกันเอง หรือไม่
2.บรรยายครบองค์ประกอบความผิด หรือไม่
 
ขอบคุณครับ
.
คดีนี้ โจทก์และจำเลยและทายาทอื่นอีก รวมจำนวน 5 คน เป็นบุตรของนายว.(บิดา) กับ นางส.(มารดา) ซึ่งนายว.ได้เสียชีวิตและเป็นเจ้ามรดกมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 11896 .... เนื้อที่ 841 ตารางวา รายละเอียดปรากฏตามสำเนาโฉนดที่ดิน
เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1
                 ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2555 ศาลได้มีคำสั่งตั้งจำเลยในคดีนี้ เป็นผู้จัดการมรดกของนายว. (ผู้ตาย) รายละเอียดปรากฏตามคำสั่งศาล เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 2 
                ภายหลังจากศาลมีคำสั่งให้ตั้งจำเลยในคดีนี้ เป็นผู้จัดการมรดกของ นายว. (ผู้ตายและเจ้ามรดก) ปรากฏว่า จำเลยไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายจัดการนำทรัพย์สินของผู้ตายแบ่งปันให้แก่โจทก์และทายาทของผู้ตายซึ่งรายละเอียดพยานหลักฐาน โจทก์จะนำเสนอต่อศาลในชั้นพิจารณาคดีต่อไป
 
              ต่อมาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2557 เวลากลางวัน โจทก์ได้มอบหมายให้ทนายความไปทำการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 11896 ... พบว่าจำเลยได้บังอาจเบียดบังเอาที่ดินของนาย ว.(เจ้ามรดก) ไป จดทะเบียนลงชื่อตนเองเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก.ในโฉนดที่ดิน และทำการแบ่งแยกโฉนดที่ดินออกเป็น 8 แปลง  
.........และตามรายการสารบัญจดทะเบียนในโฉนดที่ดินได้บันทึกรายการไว้เมื่อวันที่
 17 มิถุนายน 2557 จำเลยได้บังอาจกระทำความผิดต่อกฎหมาย กล่าวคือจำเลยทำการเบียดบังยักยอกโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวไป 1 แปลง (โฉนดเลขที่ 11896  ซึ่งเป็นที่ดินแปลงคงเหลือ) เนื้อที่ 214 ตารางวา คิดเป็นมูลค่าที่ดินเป็นเงินจำนวน 661,600 บาท (หกแสนหกหมื่นหนึ่งพันหกร้อยบาทถ้วน)  ไปเพื่อประโยชน์ของจำเลย หรือบุคคลที่สามโดยทุจริต อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เป็นเหตุให้โจทก์ และทายาทอื่น ได้รับความเสียหาย
               เหตุเกิดที่ ตำบล ...........
               คดีนี้ โจทก์ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ... ให้ดำเนินคดีกับจำเลยภายในกำหนดอายุความตามกฎหมายแล้ว และโจทก์มีความประสงค์ที่จะดำเนินคดีด้วยตนเองเพื่อความสะดวกรวดเร็ว
.
              การที่จำเลยได้กระทำตามข้อความที่กล่าวมาในคำฟ้องนั้น ข้าพเจ้าถือว่าเป็นความผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352
#2
1.อ่านดูก็ไม่ขัดแย้งอะไร
2.ครบองค์ประกอบแล้วครับ
#3
จดทะเบียนลงชื่อตนเองเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก.ในโฉนดที่ดิน และทำการแบ่งแยกโฉนดที่ดินออกเป็น 8 แปลง <<<
จำเลยได้บังอาจกระทำความผิดต่อกฎหมาย กล่าวคือจำเลยทำการเบียดบังยักยอกโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวไป 1 แปลง (โฉนดเลขที่ 11896 ซึ่งเป็นที่ดินแปลงคงเหลือ) เนื้อที่ 214 ตารางวา คิดเป็นมูลค่าที่ดินเป็นเงินจำนวน 661,600 บาท (หกแสนหกหมื่นหนึ่งพันหกร้อยบาทถ้วน) ไปเพื่อประโยชน์ของจำเลย หรือบุคคลที่สามโดยทุจริต อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เป็นเหตุให้โจทก์ และทายาทอื่น ได้รับความเสียหาย <<<
ครบองค์ครับ แต่จะมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ว่าไปตามเอกสาร
 


[-]
กล่องตอบด่วน
ข้อความ
พิมพ์การตอบกระทู้ของคุณที่นี่

Image Verification
Please enter the text within the image on the left in to the text box below. This process is used to prevent automated posts.
Image Verification
(case insensitive)

ไปยังหัวข้อ:


ผู้ที่กำลังดูกระทู้นี้: 1 ผู้เยี่ยมชม