กำหนดเวลาไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝาก

          กำหนดเวลาไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากนั้น คู่สัญญาจะกำหนดเอาไว้ในสัญญาหรือไม่ก็ได้  หากกำหนดเวลาไถ่ทรัพย์สินคืนเอาไว้ในสัญญา กรณีนี้ผู้ขายฝาก หรือผู้ไถ่ก็จะต้องมาทำการไถ่ทรัพย์สินคืน ภายในกำหนดเวลาที่ระบุเอาไว้ในสัญญา หากล่วงเลยเวลาไถ่ไปแล้ว สิทธิการไถ่ทรัพย์สินคืนก็จะหมดไป กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝาก ก็จะตกไปเป็นของผู้รับซื้อฝากตลอดไป

          กรณีไม่ได้กำหนดเวลาไถ่ทรัพย์สินคืนเอาไว้ตามสัญญา กรณีนี้ผู้ขายฝาก หรือผู้ไถ่สามารถที่จะใช้สิทธิในการขอไถ่ทรัพย์สินคืนได้ โดยหากทรัพย์สินที่ขายฝาก เป็นทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ กรณีนี้ ผู้ขายฝากหรือผู้ไถ่ สามารถขอใช้สิทธิไถ่ได้ ภายใน 10 ปี นับแต่วันทำสัญญาขายฝาก หรือหากทรัพย์สินที่ขายฝาก เป็นทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ ผู้ขายฝากหรือผู้ไถ่ สามารถขอใช้สิทธิไถ่ได้ ภายใน 3 ปี นับแต่วันทำสัญญาขายฝาก 

          ถ้าในสัญญาขายฝาก คู่สัญญาได้กำหนดเวลาไถ่ทรัพย์สินคืนเอาไว้ แต่ได้กำหนดเอาไว้นานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด คือ ทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เกินกว่า 10 ปี หรือทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ เกินกว่า 3 ปี กรณีนี้ แม้คู่สัญญาจะได้ทำสัญญากันไว้อย่างชัดเจน แต่กฎหมายก็ให้ลดเวลาไถ่ลงมา ให้เหลือไม่เกิน 10 ปี สำหรับอสังหาริมทรัพย์ และ 3 ปี สำหรับสังหาริมทรัพย์

                                                   ***********

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
          มาตรา 494  ท่านห้ามมิให้ใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากเมื่อพ้นเวลาดังจะกล่าวต่อไปนี้
            (1) ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ กำหนดสิบปีนับแต่เวลาซื้อขาย
            (2) ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ กำหนดสามปีนับแต่เวลาซื้อขาย

          มาตรา 495  ถ้าในสัญญามีกำหนดเวลาไถ่เกินไปกว่านั้น ท่านให้ลดลงมาเป็นสิบปีและสามปีตามประเภททรัพย์

ตัวอย่างคดี


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429-1430/2518
          โจทก์ขายฝากห้องพิพาทโดยไม่มีกำหนดเวลาไถ่ โจทก์จึงมีสิทธิขอไถ่ได้ภายในกำหนด 10 ปี และที่โจทก์ให้ทนายความมีหนังสือแจ้งให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ซื้อฝากไปที่ว่าการอำเภอตามวันเวลาที่กำหนดเพื่อไถ่ถอนการขายฝาก ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน จำเลยได้รับแล้ว แม้จะคืนหนังสือนั้นไปก็ฟังว่าจำเลยได้ทราบการขอไถ่ และถือว่าโจทก์ใช้สิทธิไถ่คืนโดยชอบแล้ว

กลับหน้าแรก

ไปหน้าหลักบทความ