บุคคลผู้มีหน้าที่รับไถ่ถอนทรัพย์สินที่ขายฝาก

          การรับไถ่ถอนทรัพย์สินที่ขายฝากนั้น กฎหมายได้กำหนดตัวบุคคล ผู้มีหน้าที่รับไถ่ถอนทรัพย์สินที่ขายฝากเอาไว้ ดังนี้

            1.ผู้ซื้อฝาก หรือทายาทของผู้ซื้อฝาก ในส่วนของทายาทของผู้ซื้อฝากนั้น เป็นกรณีที่ผู้ซื้อฝาก ได้ตายไปก่อนที่จะมีการไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝาก ซึ่งในส่วนของการรับไถ่ถอนนั้น ก็เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อฝาก ที่เป็นมรดกตกทอดไปยังทายาท

            2.ผู้รับโอนทรัพย์สิน คือ บุคคลภายนอก ซึ่งเป็นผู้รับโอนทรัพย์สินที่ขายฝากไปจากผู้ซื้อฝากเดิม เช่น ผู้ซื้อฝาก ได้ขายทรัพย์สินที่ขายฝากมาให้กับ ก. ดังนั้น ก. จึงเป็นผู้รับโอนสิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ในทรัพย์สินของผู้ซื้อฝากเดิมมาด้วย รวมทั้งหน้าที่ในการรับไถ่ถอนทรัพย์สินที่ขายฝากเดิมด้วย

            3.ผู้รับโอนสิทธิเหนือทรัพย์สิน คือ บุคคลภายนอกที่รับโอนสิทธิเหนือทรัพย์สินที่ขายฝาก  เช่น สิทธิจำนำ, สิทธิจำนอง, สิทธิเหนือพื้นดิน, หรือสิทธิเก็บกินต่าง ๆ ซึ่งสิทธิเหล่านี้ เป็นสิทธิที่สามารถโอนกันได้ ตามกฎหมาย

            ในกรณีทรัพย์สินที่ขายฝาก เป็นทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ การจะใช้สิทธิในการขอไถ่ถอนทรัพย์สินได้ ก็ต่อเมื่อ ผู้รับโอนทรัพย์สิน หรือผู้รับโอนสิทธิเหนือทรัพย์สิน ได้รู้ในขณะรับโอนทรัพย์สินมาจากผู้ซื้อฝากเดิมว่า ทรัพย์สินที่รับโอนมานั้น อยู่ในบังคับขายฝาก ที่จะต้องมีการไถ่ถอนคืน

                                                    ***********

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
          มาตรา 498  สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้น จะพึงใช้ได้เฉพาะต่อบุคคลเหล่านี้ คือ
            (1) ผู้ซื้อเดิม หรือทายาทของผู้ซื้อเดิม หรือ
            (2) ผู้รับโอนทรัพย์สิน หรือรับโอนสิทธิเหนือทรัพย์สินนั้น แต่ในข้อนี้ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์จะใช้สิทธิได้ต่อเมื่อผู้รับโอนได้รู้ในเวลาโอน ว่าทรัพย์สินตกอยู่ในบังคับแห่งสิทธิไถ่คืน

ตัวอย่างคดี


คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19332/2556      
          โจทก์ใช้สิทธิไถ่ที่ดินจากจำเลยเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2554 อันเป็นวันครบกำหนดเวลาไถ่ที่ดินซึ่งขายฝาก โดยนำเงินสินไถ่เพื่อไปชำระให้แก่จำเลยที่บ้าน แต่จำเลยบ่ายเบี่ยงอ้างว่าหมดเวลาราชการแล้ว การกระทำของโจทก์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการใช้สิทธิไถ่ที่ดินซึ่งขายฝากต่อจำเลยภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาขายฝากโดยชอบตาม ป.พ.พ. มาตรา 492 ประกอบมาตรา 498 แล้ว จำเลยต้องรับการไถ่ แม้โจทก์ใช้สิทธิไถ่ที่ดินนั้นในเวลา 18 นาฬิกา ซึ่งล่วงพ้นเวลาราชการแล้ว และไม่สามารถจดทะเบียนการไถ่ขายฝากที่ดินในวันดังกล่าวได้ก็ตาม แต่การจดทะเบียนไถ่ทรัพย์ซึ่งขายฝาก กฎหมายไม่ได้บัญญัติว่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาไถ่ทรัพย์คืน เมื่อโจทก์ใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากนั้นต่อจำเลยภายในกำหนดเวลาไถ่ตามสัญญาขายฝากโดยชอบแล้ว จึงมีผลผูกพันใช้ยันได้ระหว่างโจทก์กับจำเลย โจทก์ย่อมมีสิทธิไถ่ที่ดินซึ่งขายฝากได้

กลับหน้าแรก

ไปหน้าหลักบทความ