หน้าที่และความรับผิดของผู้ขาย
          ผู้ขายมีหน้าที่ที่จะต้องส่งมอบทรัพย์สิน ตามสัญญาซื้อขายให้กับผู้ซื้อ การส่งมอบทรัพย์สินของผู้ขายนี้ เป็นการชำระหนี้ตามสัญญา ที่มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน ส่วนการส่งมอบทรัพย์สิน ผู้ขายจะส่งมอบทรัพย์สินก่อนหรือหลังทำสัญญาก็ได้ แล้วแต่ข้อตกลงของคู่สัญญา

          การส่งมอบทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้น จะส่งมอบอย่างไรกันก็ได้ ขอให้ทรัพย์สินที่ขายไปอยู่ในเงื้อมมือของผู้ซื้อ การส่งมอบทรัพย์สินทั่วไป ก็อาจใช้วิธีการส่งมอบให้แก่กันโดยตรงก็ได้ หากเป็นอสังหาริมทรัพย์ อาจจะส่งมอบด้วยวิธีการแจ้งเป็นหนังสือ หรือส่งมอบกุญแจบ้าน หรือวิธีอื่น ๆ แล้วแต่กรณี

          การส่งมอบทรัพย์สิน ที่ไม่สามารถจับต้องได้ เช่น สิทธิต่าง ๆ เช่น สิทธิในการรับมรดก, สิทธิเรียกร้อง ซึ่งทรัพย์เหล่านี้ ไม่สามารถส่งมอบให้แก่กันได้โดยตรง การส่งมอบก็ใช้วิธีการบอกกล่าวการโอนไปยังอีกฝ่ายหนึ่งได้

                                                    **********  

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
          มาตรา 461  ผู้ขายจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งขายนั้นให้แก่ผู้ซื้อ

          มาตรา 462  การส่งมอบนั้นจะทำอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้สุดแต่ว่าเป็นผลให้ทรัพย์สินนั้นไปอยู่ในเงื้อมมือของผู้ซื้อ

ตัวอย่างคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8319/2543
          จำเลยเป็นเจ้าของรถยนต์ซึ่งยังมิได้จดทะเบียนและเสียภาษีประจำปี ตกลงขายรถยนต์แก่โจทก์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สำหรับใช้เป็นยานพาหนะที่เดินด้วยกำลังแรงแห่งเครื่องจักร ตามสภาพของตัวทรัพย์ที่ซื้อขายกันเป็นสัญญาส่งมอบรถยนต์ในฐานะเป็นรถยนต์อันไม่ใช่เศษเหล็กและจำเลยต้องส่งมอบให้โจทก์ได้ผลใช้รถยนต์นั้นได้หมายความว่าจำเลยจะกระทำตามที่จำเป็นเพื่อให้โจทก์ได้จดทะเบียนรถนั้นเมื่อรถยนต์ที่จำเลยขายยังมิได้จดทะเบียนให้ถูกต้อง ต้องห้ามมิให้นำออกใช้ถือว่าจำเลยส่งมอบรถโดยสภาพไม่เหมาะสมที่จะใช้เพื่อประโยชน์ของสัญญาซื้อขาย หมายถึงการชำระหนี้ของจำเลยไม่ครบถ้วนบริบูรณ์ตามวัตถุประสงค์ของสัญญา นอกจากนี้จำเลยยังมีความผูกพันที่จะต้องแจ้งการโอนรถให้โจทก์ต่อนายทะเบียนในลำดับต่อมาอีกด้วยแม้โจทก์จะมอบรถยนต์ให้แก่ ร. ครอบครองตามสัญญาเช่าซื้อแล้วทั้งรถยนต์ที่จำเลยขายจำต้องมีและแสดงแผ่นป้ายและเครื่องหมายครบถ้วนตามที่กำหนดในกฎกระทรวง โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยปฏิบัติการชำระหนี้ให้ครบถ้วนบริบูรณ์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3572/2526
          สัญญาซื้อขายมีความว่า ผู้ขายจะส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายให้แก่ผู้ซื้อ ณ กรมขนส่งทหารอากาศ ให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในสัญญา  และสิ่งของที่ซื้อนั้นผู้ขายสั่งเข้ามาจากต่างประเทศในราคาที่ไม่รวมภาษีขาเข้าและภาษีอื่น ๆ ทั้งสิ้น  โดยมีเงื่อนไขที่ผู้ขายต้องปฏิบัติตามเกี่ยวกับการขอยกเว้นอากรศุลกากรขาเข้าว่า  เมื่อศุลกากรปล่อยของแล้วให้ผู้ขายนำเก็บในคลังของผู้ซื้อทันที ห้ามนำเข้าไปเก็บในที่เก็บของผู้ขาย  และการเปิดหีบห่อจะทำได้ต่อเมื่อผู้ซื้อยินยอมเท่านั้น  เห็นได้ว่าเมื่อสิ่งของนั้นถูกส่งจากต่างประเทศมาถึงประเทศไทย  ผู้ขายไม่มีโอกาสตรวจสอบความสมบูรณ์เรียบร้อยของสิ่งของก่อนส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อเลย ดังนี้ เมื่อผู้ขายนำสิ่งของไปส่งที่กรมขนส่งทหารอากาศย่อมถือได้ว่าผู้ขายส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายให้ผู้ซื้อแล้ว โดยหาจำต้องให้กรรมการตรวจรับของยอมรับไว้ใช้ในราชการเสียก่อนจึงจะถือว่าเป็นการส่งมอบตามสัญญาไม่
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลักบทความ