ทางแก้ กรณีผู้ซื้อไม่ชำระเงินค่าทรัพย์สินที่ซื้อขาย
          กรณีที่ผู้ซื้อ ผิดสัญญาซื้อขาย ไม่นำเงินมาชำระราคาทรัพย์สินที่ซื้อขายกัน ผู้ขายซึ่งได้ทำการยึดหน่วงทรัพย์สินเอาไว้แล้วนั้น อาจใช้วิธีทางแก้ไข โดยการทำจดหมายบอกกล่าว แจ้งไปยังผู้ซื้อ เพื่อให้ผู้ซื้อนำเงินมาชำระค่าทรัพย์สิน พร้อมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มาจ่ายให้กับผู้ขายภายในกำหนดเวลาตามสมควร

          หากผู้ขายทำหนังสือแจ้งไปแล้ว ผู้ซื้อไม่นำเงินมาชำระราคาทรัพย์สิน ภายในกำหนดเวลาที่ผู้ขายได้แจ้งไปแล้ว ผู้ขายก็มีสิทธิ นำทรัพย์สินที่ซื้อขาย ออกขายทอดตลาดได้

          ภายหลังการขายทอดตลาด ผู้ขายได้เงินมาเท่าไหร่ ให้ผู้ขายเอาเงินที่ได้ มาหักกับจำนวนเงินตามราคาทรัพย์สินที่ผู้ซื้อค้างชำระ พร้อมกับค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการต่าง ๆ เมื่อหักเงินทั้งหมดแล้ว ยังมีเงินเหลือ ก็ให้ผู้ขายส่งมอบเงินนั้นให้กับผู้ซื้อไป  

                                                   **********

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
          มาตรา 470  ถ้าผู้ซื้อผิดนัด ผู้ขายซึ่งได้ยึดหน่วงทรัพย์สินไว้ตามมาตราทั้งหลายที่กล่าวมา อาจจะใช้ทางแก้ต่อไปนี้แทนทางแก้สามัญในการไม่ชำระหนี้ได้ คือมีจดหมายบอกกล่าวไปยังผู้ซื้อให้ใช้ราคากับทั้งค่าจับจ่ายเกี่ยวกับการภายในเวลาอันควรซึ่งต้องกำหนดลงไว้ในคำบอกกล่าวนั้นด้วย

          ถ้าผู้ซื้อละเลยเสียไม่ทำตามคำบอกกล่าว ผู้ขายอาจนำทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดได้


          มาตรา 471  เมื่อขายทอดตลาดได้เงินเป็นจำนวนสุทธิเท่าใด ให้ผู้ขายหักเอาจำนวนที่ค้างชำระแก่ตนเพื่อราคาและค่าจับจ่ายเกี่ยวการนั้นไว้ ถ้าและยังมีเงินเหลือ ก็ให้ส่งมอบแก่ผู้ซื้อโดยพลัน

ตัวอย่างคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2489/2536
          สัญญาซื้อขายรถยนต์พิพาทมีเงื่อนไขระบุว่ากรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาทยังไม่โอนเป็นของผู้ซื้อ จนกว่าจะชำระราคาครบถ้วนตามงวดที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายย่อมใช้บังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 459 และในสัญญาซื้อขายระบุว่าหากผู้ซื้อผิดนัดไม่ชำระราคาตามงวด ผู้ขายมีสิทธิเข้าครอบครองรถยนต์พิพาทและย่อมมีสิทธิขายทอดตลาดได้ด้วยและเมื่อขายแล้วได้เงินไม่พอ ผู้ซื้อยอมชดใช้เงินจำนวนที่ขาดอยู่ เมื่อผู้ซื้อผิดนัดไม่ชำระราคาและผู้ขายดำเนินการเอารถยนต์พิพาทออกขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 470 และ 471แล้ว ยังขาดเงินอีก 55,260 บาท ผู้ซื้อและผู้ค้ำประกันต้องรับผิด เพราะถือว่าเป็นเงินราคารถยนต์พิพาทที่ขาดอยู่ และเงินจำนวนดังกล่าวนี้ไม่มีข้อใดในสัญญากำหนดให้ถือเป็นค่าเสียหายจึงมิใช่เบี้ยปรับ   สัญญาซื้อขายข้อ 6 วรรคสองระบุว่าในกรณีที่ผู้ซื้อผิดนัดไม่ชำระเงินงวดต่าง ๆ ตามกำหนดที่ระบุไว้ในสัญญา หรือผิดนัดไม่ชำระหนี้ใด ๆ ในสัญญานี้ ผู้ซื้อยินยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ขายอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เงินจำนวน 55,260 บาท ซึ่งเป็นเงินราคารถยนต์พิพาทที่ขาดอยู่ก็คือเงินงวดต่าง ๆ ที่เกิดจากการที่ผู้ซื้อผิดนัดไม่ชำระให้โจทก์ตามงวดที่กำหนดไว้ในสัญญาผู้ขายจึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากผู้ซื้อได้ตามสัญญา
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลักบทความ