ผู้ขายต้องรับผิด ในกรณีผู้ซื้อถูกรอนสิทธิ
          การรอนสิทธิ คือ การที่ผู้ซื้อทรัพย์สิน ถูกบุคคลอื่นเข้ามารบกวนขัดสิทธิในทรัพย์สิน ไม่ให้ผู้ซื้อเข้าไปครอบครองทรัพย์สินได้อย่างปกติสุข ด้วยเหตุเพราะบุคคลอื่นนั้น มีสิทธิในทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นด้วย โดยการรอนสิทธินี้ จะเป็นเหตุให้ผู้ซื้อ ไม่ได้รับประโยชน์ หรือไม่อาจเข้าไปใช้ หรือเข้าไปครอบครองทรัพย์สินที่ซื้อมาได้

          เมื่อผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินให้กับผู้ซื้อแล้ว ผู้ขายยังต้องรับผิดชอบในทรัพย์สินที่ส่งมอบ หากเกิดความชำรุดบกพร่องขึ้น อีกทั้งผู้ขายยังต้องรับรองต่อผู้ซื้อว่า ผู้ซื้อจะสามารถเข้าไปครอบครองทรัพย์สินที่ส่งมอบนั้นได้ ตามปกติของการซื้อขายทรัพย์สินโดยทั่วไป หากมีคนอื่นเข้ามารบกวนขัดสิทธิของผู้ซื้อ ผู้ขายก็จะต้องรับผิดชอบต่อผู้ซื้อ จากการที่มีบุคคลอื่นเข้ามารบกวนขัดสิทธิในทรัพย์สินนั้นด้วย

                                                   **********

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
          มาตรา 475  หากว่ามีบุคคลผู้ใดมาก่อการรบกวนขัดสิทธิของผู้ซื้อในอันจะครองทรัพย์สินโดยปกติสุข เพราะบุคคลผู้นั้นมีสิทธิเหนือทรัพย์สินที่ได้ซื้อขายกันนั้นอยู่ในเวลาซื้อขายก็ดี เพราะความผิดของผู้ขายก็ดี ท่านว่าผู้ขายจะต้องรับผิดในผลอันนั้น

ตัวอย่างคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4467/2553
          การซื้อขายที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขายและสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์กับจำเลยเสร็จสมบูรณ์ตามสัญญาแล้ว หลังจากนั้นปรากฏว่าที่ดินที่ซื้อขายและส่งมอบกันแล้วเป็นของบุคคลภายนอกบางส่วน กรณีจึงเป็นเรื่องการรอนสิทธิที่ผู้ขายจะต้องรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 475 เมื่อโจทก์ยอมคืนที่ดินให้แก่บุคคลภายนอกจึงต้องฟ้องคดีภายในสามเดือนนับแต่วันที่ยอมตามที่บุคคลภายนอกเรียกร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 481 เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า วันที่โจทก์ยอมตามที่บุคคลภายนอกเรียกร้องคือกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2545 แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 12 กรกฎาคม 2545 จึงเกินสามเดือน ถือว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8329/2543
          เมื่อปรากฏว่ามีการรอนสิทธิในที่ดินพิพาทอยู่ก่อนแล้วในเวลาทำสัญญาจะซื้อจะขาย โดยฝ่ายจำเลยหรือฝ่ายผู้ขายเป็นผู้ก่อเหตุขึ้น ด้วยการไปทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทบางส่วนให้แก่ผู้อื่น จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องขจัดเหตุที่ถูกรบกวนสิทธิไปเสียก่อนถึงกำหนดนัดจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการจำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ย่อมมีสิทธิไม่รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทได้ จำเลยจึงไม่มีสิทธิริบเงินที่โจทก์วางไว้ตามสัญญา และจะต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลักบทความ