ผู้ขายไม่ต้องรับผิด ในการรอนสิทธิ
          ตามปกติ กรณีหากทรัพย์สินที่ส่งมอบให้กับผู้ซื้อ ถูกบุคคลภายนอกเข้ามารบกวนขัดสิทธิ ในการใช้ประโยชน์ตามปกติของผู้ซื้อ ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบต่อผู้ซื้อ แต่กรณีหากผู้ซื้อได้ทราบก่อนอยู่แล้ว ในขณะทำสัญญาซื้อขายกัน ว่ามีบุคคลอื่นเป็นผู้มีสิทธิในทรัพย์สินที่ซื้อขาย หรือในขณะนั้น มีผู้เข้ามารบกวนขัดสิทธิในการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน ที่จะทำการซื้อขายกันอยู่แล้ว หากผู้ซื้อยังฝืนเข้าทำสัญญา และรับมอบทรัพย์สินจากผู้ขายมา ภายหลังหากมีการรบกวนขัดสิทธิของผู้ซื้อไป ผู้ขายไม่ต้องรับผิดชอบต่อการรอนสิทธินี้

                                                   **********

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
          มาตรา 476  ถ้าสิทธิของผู้ก่อการรบกวนนั้นผู้ซื้อรู้อยู่แล้วในเวลาซื้อขาย ท่านว่าผู้ขายไม่ต้องรับผิด

ตัวอย่างคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9652/2554
          คดีก่อน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยบางส่วน โดยวินิจฉัยว่าจำเลยคดีดังกล่าวจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ คดีดังกล่าวเป็นการทำนอกขอบอำนาจในฐานะผู้จัดการมรดก ย่อมเป็นการเสียเปรียบแก่ทายาทของ จ. และผู้ที่มีส่วนเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ในฐานะที่จะจดทะเบียนสิทธิได้ก่อน ทั้งโจทก์คดีดังกล่าวรับซื้อที่ดินพิพาทไว้โดยทราบดีอยู่แล้วว่าทายาทของ จ. และผู้มีส่วนเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทได้ทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทหลายปีแล้ว และควรจะได้รู้อยู่แล้วว่าจำเลยคดีดังกล่าวกระทำในฐานะผู้จัดการมรดก จึงเป็นการไม่สุจริต ดังนี้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการซื้อขายที่ดินพิพาท ถือว่าโจทก์ถูกรอนสิทธิ แต่โจทก์ทราบถึงสิทธิของผู้ก่อการรบกวนในที่ดินพิพาทแล้วในเวลาซื้อขาย ฉะนั้น จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายจึงไม่ต้องรับผิดในการรอนสิทธิต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 476 โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยคืนเงินค่าที่ดินพิพาทแก่โจทก์ตามส่วนที่ถูกเพิกถอนการซื้อขายดังกล่าว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3220/2516
          จำเลยเช่าซื้อรถยนต์มาจากเจ้าของรถ ขณะที่ยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบจำเลยได้นำรถนั้นไปขายให้กับโจทก์โดยให้โจทก์ผ่อนชำระเป็นงวดๆต่อมาจำเลยไม่ชำระค่าเช่าซื้อ เจ้าของรถได้มายึดเอารถยนต์ไป  ถือว่าได้มีการรอนสิทธิเกิดขึ้น  ทำให้จำเลยไม่สามารถจะส่งมอบและจัดการให้โจทก์ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันนี้ได้  ทั้งนี้เพราะความผิดของจำเลยจำเลยจึงมีหน้าที่ต้องรับผิดตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 475
          เมื่อโจทก์ผู้ซื้อถูกรอนสิทธิ จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายต้องรับผิดในการคืนราคารถยนต์ที่จำเลยรับชำระไปจากโจทก์  ส่วนเงินที่โจทก์ได้รับประโยชน์จากการใช้รถพิพาทและเงินที่โจทก์ได้รับจากการขายรถนั้นให้บุคคลอื่นไม่ใช่เงินค่ารถยนต์ที่จำเลยจะต้องส่งคืน. จะนำมาคิดหักกันไม่ได้
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลักบทความ