กรณีที่ผู้ขาย ไม่ต้องรับผิด ในการรอนสิทธิ
          ผู้ขายไม่ต้องรับผิดในการรอนสิทธิ ในกรณีที่ผู้ซื้อเป็นผู้ทำให้เสียทรัพย์สินไปเอง โดยมีกรณีดังต่อไปนี้
            1.ถ้าไม่ได้มีการฟ้องคดีกัน และผู้ขายพิสูจน์ได้ว่า สิทธิของผู้ซื้อได้เสียไป เพราะความผิดของผู้ซื้อเอง
            2.ถ้าผู้ซื้อ ไม่ได้เรียกผู้ขายเข้ามาในคดี และผู้ขายพิสูจน์ได้ว่า ถ้าผู้ซื้อเรียกผู้ขายเข้ามาในคดีแล้ว ผู้ซื้อจะเป็นฝ่ายชนะคดี
            3.ถ้าผู้ขายได้เข้ามาในคดีที่พิพาทกันแล้ว แต่ศาลได้ยกเอาคำเรียกร้องของผู้ซื้อออก เนื่องจากความผิดของผู้ซื้อเอง

          ไม่ว่ากรณีจะเป็นอย่างไรก็ตาม ถ้าหากผู้ขายถูกศาลเรียกเข้ามาเป็นโจทก์หรือจำเลยร่วมกับผู้ซื้อแล้ว แต่ผู้ขายไม่ยอมเข้ามาในคดีด้วย ผู้ขายจะต้องรับผิดต่อผู้ซื้ออยู่นั่นเอง

                                                     **********

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
          มาตรา 482  ผู้ขายไม่ต้องรับผิดในการรอนสิทธิเมื่อกรณีเป็นดังกล่าวต่อไปนี้ คือ

            (1) ถ้าไม่มีการฟ้องคดี และผู้ขายพิสูจน์ได้ว่าสิทธิของผู้ซื้อได้สูญไปโดยความผิดของผู้ซื้อเอง หรือ
            (2) ถ้าผู้ซื้อไม่ได้เรียกผู้ขายเข้ามาในคดี และผู้ขายพิสูจน์ได้ว่า ถ้าได้เรียกเข้ามาคดีฝ่ายผู้ซื้อจะชนะ หรือ
            (3) ถ้าผู้ขายได้เข้ามาในคดี แต่ศาลได้ยกคำเรียกร้องของผู้ซื้อเสียเพราะความผิดของผู้ซื้อเอง
          แต่ถึงกรณีจะเป็นอย่างไรก็ดี ถ้าผู้ขายถูกศาลหมายเรียกให้เข้ามาในคดีและไม่ยอมเข้าว่าคดีร่วมเป็นจำเลยหรือร่วมเป็นโจทก์กับผู้ซื้อไซร้ ท่านว่าผู้ขายคงต้องรับผิด

ตัวอย่างคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6429/2534
          กรณีที่ผู้ขายจะไม่ต้องรับผิดในการรอนสิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 482 (1)นั้น จะต้องได้ความว่าผู้ขายพิสูจน์ได้ว่าสิทธิของผู้ซื้อได้สูญไปโดยความผิดของผู้ซื้อเอง รถยนต์พิพาทถูกยักยอกมาและได้ถูกเจ้าพนักงานตำรวจศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ติดตามยึดรถไปจากโจทก์ผู้ซื้อด้วยอำนาจของกฎหมาย โดยจำเลยผู้ขายมิได้นำสืบให้เห็นว่าการที่รถยนต์พิพาทถูกยึดไปนั้นเป็นความผิดของโจทก์แต่อย่างใด จำเลยจึงไม่อาจอ้างเอาข้อยกเว้นการรับผิดในการรอนสิทธิตามข้อกฎหมายที่อ้างมานั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 655/2510
          แม้ผู้ขายจะได้รถยนต์มาโดยการโอนต่อนายทะเบียน และการขายให้ผู้ซื้อก็ได้โอนต่อนายทะเบียนก็ดี ก็ไม่ตัดสิทธิ์เจ้าของอันแท้จริงที่จะติดตามเอาคืน การที่เจ้าของอันแท้จริงติดตามเอารถคืนจากผู้ซื้อเช่นนี้ เป็นการรอนสิทธิ์ของผู้ซื้อ การที่ผู้ซื้อยินยอมคืนรถให้แก่เจ้าของอันแท้จริงเอง แต่เมื่อความปรากฏชัดแจ้งแล้วว่ารถคันนั้นเป็นของเจ้าของ การที่ผู้ซื้อคืนรถให้แก่เจ้าของที่แท้จริง จึงเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง ถึงการซื้อขายรถยนต์จะได้ทำการโอนซื้อขายกันทางทะเบียน ผู้ขายก็ยังคงมีความรับผิดเพราะเหตุการรอนสิทธิ์อยู่ เมื่อผู้ซื้อมิได้รู้ในขณะซื้อขายว่ามีเหตุรอนสิทธิ์เกิดขึ้น ผู้ขายก็ต้องรับผิดตามกฎหมาย
          แม้การซื้อขายรถยนต์จะได้กระทำในกองทะเบียนกรมตำรวจ โดยมีการตรวจสอบ กระทำโดยสุจริตและเปิดเผยก็ตาม ก็ไม่ใช่เป็นการซื้อขายในท้องตลาด
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลักบทความ