กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ในสัญญามีเงื่อนไข เงื่อนเวลา
          กรณีทำสัญญาซื้อขาย โดยในสัญญาซื้อขายได้กำหนดเงื่อนไข เพื่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำอะไรบางอย่างให้เสร็จก่อน เช่น ทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ โดยกำหนดในสัญญาว่า ผู้ซื้อจะต้องจ่ายเงินค่ารถให้หมดเสียก่อน กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ถึงจะโอนไปยังผู้ซื้อ หรือได้มีการกำหนดเงื่อนเวลาเอาไว้ในสัญญา เพื่อรอเวลาใดเวลาหนึ่งมาถึงก่อน เช่น ทำสัญญาซื้อขายรถจักรยานยนต์ โดยกำหนดจะโอนกรรมสิทธิ์กันในวันที่ 1 มกราคม 2559 กรณีเหล่านี้ กรรมสิทธิในทรัพย์สินที่ซื้อขายกัน จะยังไม่โอนหรือเปลี่ยนแปลงไปโดยทันที จะต้องรอให้มีการทำตามเงื่อนไขในสัญญาก่อน หรือให้ถึงเวลา ตามที่เป็นเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายเสีย กรรมสิทธิ์ถึงจะโอนไปยังผู้ซื้อ

                                                   **********

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
          มาตรา 459  ถ้าสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาบังคับไว้ ท่านว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังไม่โอนไปจนกว่าการจะได้เป็นไปตามเงื่อนไขหรือถึงกำหนดเงื่อนเวลานั้น

ตัวอย่างคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12203/2555
          การโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้สัญญาซื้อขายรถยนต์สมบูรณ์ การที่โจทก์ร่วมตกลงกับจำเลยนอกเหนือจากสัญญาซื้อขายรถยนต์ว่าจะยังไม่โอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ให้แก่จำเลยจนกว่าเช็คทั้งสี่ฉบับจะเรียกเก็บเงินได้นั้น แสดงว่าโจทก์ร่วมและจำเลยตกลงให้ถือการที่ธนาคารจ่ายเงินตามเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับหรือไม่ เป็นเงื่อนไขของการที่จะมีนิติสัมพันธ์กันตามสัญญาซื้อขายรถยนต์ ตราบใดที่ธนาคารยังไม่จ่ายเงินตามเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับ สัญญาซื้อขายรถยนต์ย่อมไม่มีผลสมบูรณ์ โจทก์ร่วมมีสิทธิติดตามเอารถยนต์กลับคืนมาได้ ซึ่งหากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่โจทก์ร่วมให้การในชั้นสอบสวนว่ามีข้อตกลงนอกเหนือจากสัญญาซื้อขายรถยนต์ดังกล่าว ย่อมฟังได้ว่าขณะที่จำเลยออกเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับยังไม่มีมูลหนี้ตามสัญญาซื้อขายรถยนต์ระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลย แม้ธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาททั้งสี่ฉบับ จำเลยก็ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4643/2551
          โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยมีเงื่อนไขว่าหากการชำระเงินตามสัญญายังไม่เสร็จสิ้น เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ระบุในสัญญายังคงเป็นสมบัติของโจทก์ โจทก์มีสิทธินำกลับในสภาพสมบูรณ์ได้ทุกเวลา ดังนี้สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงเป็นสัญญาซื้อขายโดยมีเงื่อนไขในการโอนกรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 459 เมื่อจำเลยผิดสัญญาซื้อขาย โจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว โจทก์และจำเลยย่อมกลับคืนสู่ฐานะเดิม จำเลยต้องคืนเครื่องจักรผลิตน้ำร้อนพร้อมอุปกรณ์แก่โจทก์ การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องบังคับให้จำเลยคืนเครื่องจักรผลิตน้ำร้อนพร้อมอุปกรณ์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา จึงเป็นกรณีที่โจทก์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ติดตามเอาทรัพย์คืนจากจำเลยผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 ซึ่งไม่มีอายุความ กรณีไม่ใช่เรื่องโจทก์ซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1)
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลักบทความ