กฎหมายทวงถามหนี้ ตอน 1
          แต่ก่อนเรื่องของการทวงหนี้นั้น ไม่มีกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ใดๆ เอาไว้ เป็นเหตุให้เวลาเจ้าหนี้ทวงหนี้ ก็มักจะใช้วิธีการอย่างใดก็ได้ เพียงขอให้ลูกหนี้เอาเงินมาชำระหนี้ให้เท่านั้นก็พอ โดยมากที่นิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย วิธีอย่างเบาๆ ก็เช่น ข่มขู่ให้กลัว, ใช้คำพูดหยาบ เหยียดหยาม และเลยเถิดไปจนถึงขั้นของการด่าทอด้วยอารมณ์, การไปพูดให้คนอื่นรู้ การส่งแฟกซ์ หรือเอกสารทวงหนี้ไปยังที่ทำงาน เพื่อให้ลูกหนี้อับอาย และขั้นหนักสุด ก็ขั้นลงมือทำร้ายร่างกายกันเลยก็มี

          ปัจจุบันได้มีการออกกฎหมายกำหนดวิธีการทวงหนี้แล้ว โดยได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ประชาชนทราบไปเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2558 โดยจะใช้เวลาประกาศอีก 180 วันนับแต่วันประกาศ และจะมีผลบังคับใช้กฎหมายตัวนี้จริงๆ ก็ในวันที่ 2 กันยายน 2558

          ชื่อของกฎหมายทวงนี้ มีชื่อว่า “พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ.2558” ซึ่งกฎหมายได้กำหนดรายละเอียด วิธีการ, ข้อห้ามในการทวงหนี้, หน่วยงานที่รับผิดชอบ, และโทษที่จะต้องได้รับหากมีการฝ่าฝืนเอาไว้ ซึ่งรายละเอียดที่สำคัญในส่วนของภาคประชาชนที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง เรามาดูกันครับ 

          ในกฎหมายนี้ ได้ตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ คือ “คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้”  มีหน้าที่ในการกำกับดูแลการทวงหนี้ของผู้ทวงหนี้ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หากมีใครทวงหนี้ฝ่าฝืนกฎหมาย “คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้” ก็มีอำนาจลงโทษได้ตามกฎหมาย ดังนั้นต่อไปหากลูกหนี้คนใดถูกเจ้าหนี้ทวงหนี้อย่างไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรมตามที่กฎหมายได้กำหนด ลูกหนี้คนนั้นก็สามารถจะไปร้องเรียนหน่วยงานนี้ได้ (มาตรา 15)

          ส่วนใครที่จะประกอบธุรกิจทวงหนี้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาทั่วไป หรือเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัท หากจะประกอบธุรกิจทวงหนี้ จะต้องไปทำการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจต่อนายทะเบียนเสียก่อน หากใครประกอบธุรกิจโดยที่ไม่ได้มีการจดทะเบียน ก็จะมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 5)

          ใครที่เป็นผู้มีสิทธิเป็น “ผู้ทวงถามหนี้”  คำตอบก็คือ บรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายที่ลูกหนี้เคยไปทำสัญญาไว้ อาธิเช่น เจ้าหนี้ผู้ให้สินเชื่อ อย่างเช่น กู้ยืมเงิน, บัตรเครดิต, ให้เช่าซื้อ, เจ้าหนี้การพนันที่จัดให้มีการเล่นการพนันอย่างถูกกฎหมาย, เจ้าหนี้อื่นๆ ซึ่งมีสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้จากการค้าการขาย ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวจะถูกกฎหมายหรือไม่ก็ตาม และเจ้าหนี้ในที่นี้ ให้หมายความรวมไปถึง ผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ หรือผู้รับมอบอำนาจช่วงในการทวงหนี้ด้วย

          ผู้ที่จะถูกทวงหนี้ ก็คือ “ลูกหนี้” แต่ตามกฎหมายนี้ ไม่ได้หมายความถึงเฉพาะลูกหนี้อย่างเดียวเท่านั้น ยังรวมไปถึง “ผู้ค้ำประกัน” ด้วย ฉะนั้นหากเจ้าหนี้จะทวงหนี้ผู้ค้ำประกัน เจ้าหนี้จะต้องปฏิบัติต่อผู้ค้ำประกันอย่างลูกหนี้ด้วยนะครับ

ข้อห้ามและวิธีการทวงหนี้ตามกฎหมาย

          1.ห้ามไม่ให้ผู้ทวงหนี้ ไปทวงหนี้กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ตัวลูกหนี้ เว้นไว้แต่ตัวลูกหนี้ เป็นผู้ให้ชื่อบุคคลนั้นไปเอง และลูกหนี้อนุญาตให้ติดต่อทวงถามหนี้กับบุคคลนั้นได้
 

          การห้ามติดต่อกับบุคคลอื่น นอกจากตัวลูกหนี้นั้น ก็ไม่ได้ห้ามเด็ดขาดเสียที่เดียว ผู้ทวงหนี้สามารถที่จะติดต่อสอบถามคนอื่นได้ ภายในเงื่อนไขที่ว่า ต้องเป็นการติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ในการติดต่อตัวลูกหนี้ หรือติดต่อบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้ เพื่อการทวงหนี้นั้น และก่อนที่จะทำการสอบถาม ผู้ทวงหนี้จะต้องทำการ

               1.1.แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล และแจ้งว่าต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อตัวลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้ในการทวงหนี้

               1.2.ห้ามผู้ทวงหนี้บอกรายละเอียด ในเรื่องที่ลูกหนี้ได้ไปเป็นหนี้ เช่น การทำสัญญาอะไร, การผิดสัญญาเมื่อไหร่, จำนวนหนี้คงเหลือ,  และหากผู้ทวงหนี้ถูกถามกลับจากบุคคลอื่นที่ได้สอบถามอยู่ ผู้ทวงหนี้ก็สามารถบอกได้เท่าที่จำเป็น และตามความเหมาะสมเท่านั้น ส่วนกรณีหากผู้ที่สอบถามเป็นสามี ภริยา พ่อแม่ หรือลูกๆ ของลูกหนี้ กรณีนี้ผู้ทวงหนี้สามารถบอกรายละเอียดต่างๆ ได้ทั้งหมด

               1.3.ในการทวงหนี้โดยวิธีการส่งจดหมาย ห้ามไม่ให้ผู้ทวงหนี้พิมพ์ชื่อสำนักงาน, เครื่องหมาย, ข้อความ หรือสัญลักษณ์ใดๆ ไว้บนซองจดหมาย ซึ่งทำให้คนอื่นที่เห็นสามารถเข้าใจได้ทันทีว่า เป็นจดหมายทวงหนี้

               1.4.ห้ามไม่ให้ผู้ทวงหนี้ทำการติดต่อ หรือแสดงตัวไปในทางที่คนอื่นเข้าใจผิด เช่น อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่บังคับคดี, เจ้าหน้าที่ศาล, เพื่อขอข้อมูลในการติดต่อกับลูกหนี้ หรือบุคคลที่จะทวงหนี้ (มาตรา 8)

          หากใครทำผิดตามข้อ 1. ข้อ 1.2. หรือข้อ 1.3. ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 39)

ติดตาม กฎหมายทวงถามหนี้ ตอน 2 กดที่นี้
กลับหน้าแรก 
กลับหน้าหลัก กฎหมายทวงถามหนี้