สิทธิในการใช้ชื่อนาม
          ชื่อนาม เป็นชื่อที่เอาไว้ใช้เรียกขานแทนตัวบุคคล หรือสิ่งของต่าง ๆ เพื่อเป็นการง่ายในการระบุตัวตน ว่าหมายถึงใครหรืออะไร
          ชื่อนามนี้ หากเป็นชื่อนามที่ใช้เรียกแทนตัวบุคคล กรณีนี้ก็จะไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญเท่าไหร่นัก  เห็นได้จากการที่ปัจจุบัน มีบุคคลชื่อ สกุลซ้ำกันอยู่มากมายในสารบบทะเบียน
          แต่ว่าชื่อนามนั้นไม่ได้จำกัดใช้เฉพาะเป็นชื่อของบุคคลเท่านั้น เพราะชื่อนามยังถูกนำไปใช้เป็นชื่อเรียกทางการค้า ใช้เป็นชื่อเรียกห้างร้าน หรือตัวบริษัท ชื่อบางชื่อเป็นชื่อที่ใช้เรียกยี่ห้อของสินค้า หรือชื่อเรียกบริษัท ซึ่งหากเป็นชื่อนามที่มีคนรู้จักกันอย่างแพร่หลายแล้ว ชื่อนามนั้นก็จะมีค่ามีราคาสูงตามไปด้วย
          ผู้ที่เป็นเจ้าของชื่อนามนั้น ตามกฎหมายผู้เป็นเจ้าของมีสิทธิที่จะห้ามไม่ให้ใครมาใช้ชื่อนามซ้ำกับชื่อนามของตนเองได้  โดยหากมีใครมาใช้ชื่อนามซ้ำ เจ้าของชื่อนามก็มีสิทธิที่จะโต้แย้ง โดยห้ามไม่ให้คนอื่นมาใช้ได้ และหากการใช้ชื่อนามนั้นจะทำให้เกิดความเสียหายขึ้นมาแก่เข้าของชื่อนาม กรณีนี้ เจ้าของชื่อนาม ก็สามารถใช้สิทธิในฟ้องศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งห้ามได้

                                                   **********

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18
          "สิทธิของบุคคลในการที่จะใช้นามอันชอบที่จะใช้ได้นั้นถ้ามีบุคคลอื่นโต้แย้งก็ดี หรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของนามนั้นต้องเสื่อมเสียประโยชน์เพราะการที่มีผู้อื่นมาใช้นามเดียวกันโดยมิได้รับอำนาจให้ใช้ได้ก็ดี บุคคลผู้เป็นเจ้าของนามจะเรียกให้บุคคลนั้นระงับความเสียหายก็ได้ ถ้าและเป็นที่พึงวิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไป จะร้องขอต่อศาลให้สั่งห้ามก็ได้"

ตัวอย่างคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1784/2552
          จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 นำชื่อทางการค้าคำว่า “HITACHI” และ “ฮิตาชิ” ของโจทก์ไปใช้ในเชิงธุรกิจ เมื่อกิจการของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นกิจการเช่นเดียวกับกิจการของโจทก์หรือบริษัทในเครือ จึงมีโอกาสที่สาธารณชนจะหลงผิดเข้าใจว่า กิจการของจำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นกิจการในเครือ หรือเป็นสาขาหรือมีส่วนสัมพันธ์กับโจทก์ จึงเป็นไปโดยไม่สุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ทั้งเป็นการจดทะเบียนชื่อนิติบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะอาจทำให้สาธารณชนเกิดความหลงผิดได้ โจทก์มีสิทธิเรียกให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ระงับความเสียหาย และขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยที่ 1 และที่ 3 ใช้ชื่อดังกล่าวได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 18 ประกอบด้วยมาตรา 421 และตามระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท พ.ศ.2538 ข้อ 20 (8)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 37/2541
          บุคคลผู้เป็นเจ้าของนามหรือชื่อทางการค้าซึ่งต้องเสื่อมเสียประโยชน์เพราะการที่มีผู้อื่นมาใช้นามหรือ ชื่อทางการค้าเดียวกันโดยมิได้รับอำนาจให้ใช้ จะต้องขอต่อศาล ให้สั่งห้ามมิให้ใช้นามหรือชื่อทางการค้านั้นได้ต่อเมื่อ การใช้นามหรือชื่อทางการค้าดังกล่าว เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายหรือเป็นที่วิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไปด้วยและผู้เป็นเจ้าของนามหรือชื่อทางการค้านั้นมีหน้าที่นำสืบถึงความเสียหายดังกล่าว   โจทก์ประกอบกิจการโรงแรมและโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่ากิจการบริการของจำเลยที่ใช้ชื่อทางการค้าของโจทก์ไม่ได้มาตรฐานและทำให้สาธารณชนเสื่อมศรัทธาในกิจการของโจทก์จนเป็นเหตุให้โจทก์ต้องเสียหายและมีรายได้ลดลงหรือไม่อย่างไร แม้การใช้ชื่อการค้าคำว่า REGENTในการประกอบกิจการสถานที่พักตากอากาศของจำเลยอาจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่า กิจการของจำเลยเป็นกิจการของโจทก์ แต่เมื่อไม่ปรากฏว่า การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียประโยชน์ ต้องเสียหายหรือเป็นที่วิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไป โจทก์จึงไม่อาจขอให้สั่งห้ามจำเลยมิให้ใช้ชื่อทางการค้า คำว่า REGENT ในการประกอบกิจการสถานที่พักตากอากาศของจำเลยดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 18 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้
กลับหน้าแรก
กลับหน้าบทความแพ่ง