คนสาบสูญ
          สาบสูญ เป็นเรื่องการตายตามผลของกฎหมาย บุคคลใดที่ศาลได้มีคำสั่งว่า เป็นคนสาบสูญ กฎหมายถือว่า บุคคลนั้นได้ถึงแก่ความตายแล้ว โดยบุคคลนั้นจะสิ้นสภาพความเป็นบุคคลตามกฎหมาย ตามระยะเวลา อันเป็นเงื่อนไขของการเป็นบุคคลสาบสูญ

          หลักเกณฑ์ของการเป็นบุคคลสาบสูญนั้น จะต้องเป็นบุคคลที่ไปจากภูมิลำเนา หรือถิ่นที่ตัวเองอาศัยอยู่ โดยที่ไม่มีผู้ใดทราบข่าวคราวเลยว่า บุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่อย่างไร เป็นระยะเวลานาน 5 ปี ซึ่งเมื่อเข้าหลักเกณฑ์นี้ ผู้มีส่วนได้เสีย คือ คู่สมรส, บุตร, พ่อแม่, หรือพนักงานอัยการ สามารถที่จะไปร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งออกมาว่า บุคคลที่หายไปนั้น เป็นบุคคลสาบสูญ 

          หลักเกณฑ์พิเศษ ในเรื่องระยะเวลาที่สั้นลง เหลือเพียง 2 ปี หากบุคคลที่ไปจากภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่นั้น ได้หายไปในเหตุการณ์สู้รบหรือสงคราม เช่น ทหารไปรบ หรือหายไปในเหตุการณ์อุบัติเหตุเกี่ยวกับพาหนะเดินทาง การอับปาง หรือสูญหายไป เช่น อยู่ในเครื่องบินโดยสารที่สูญหายไป, อยู่ในเรือเดินทางที่อับปางในทะเล, หรือเป็นบุคคลที่หายไปในเหตุการณ์อันตรายถึงแก่ชีวิต เช่น ไฟไหม้, น้ำท่วม, เหตุการณ์วางระเบิด เมื่อเหตุการณ์ได้ผ่านพ้นมาแล้ว 2 ปี    ผู้มีส่วนได้เสีย คือ คู่สมรส, บุตร, พ่อแม่, หรือพนักงานอัยการ สามารถที่จะไปร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งออกมาว่า บุคคลที่หายไปนั้น เป็นบุคคลสาบสูญ ได้เช่นกัน

                                                 **********

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61 
ถ้าบุคคลใดได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และไม่มีใครรู้แน่ว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ตลอดระยะเวลาห้าปี เมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการร้องขอ ศาลจะสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนสาบสูญก็ได้
ระยะเวลาตามวรรคหนึ่งให้ลดเหลือสองปี
(1) นับแต่วันที่การรบหรือสงครามสิ้นสุดลง ถ้าบุคคลนั้นอยู่ในการรบหรือสงคราม และหายไปในการรบหรือสงครามดังกล่าว
(2) นับแต่วันที่ยานพาหนะที่บุคคลนั้นเดินทาง อับปาง ถูกทำลาย หรือสูญหายไป
(3) นับแต่วันที่เหตุอันตรายแก่ชีวิตนอกจากที่ระบุไว้ใน (1) หรือ (2) ได้ผ่านพ้นไป ถ้าบุคคลนั้นตกอยู่ในอันตรายเช่นว่านั้น

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 62 
บุคคลซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ให้ถือว่าถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังที่ระบุไว้ในมาตรา 61

ตัวอย่างคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5513/2552
          ล. ถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญมีผลเท่ากับ ล.ถึงแก่ความตาย และเมื่อ ล.เป็นสมาชิกของจำเลย
ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัว โดยโจทก์ซึ่งเป็นภริยา ล. เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ดังกล่าว ข้ออ้างของจำเลยว่า หากไร้ซึ่งศพที่จะต้องจัดการแล้วจำเลยไม่อาจจ่ายเงินค่าจัดการศพได้นั้น รับฟังไม่ได้ ดังนั้น การเป็นคนสาบสูญตามคำสั่งศาลเป็นเหตุให้จำเลยต้องจ่ายเงินฌาปนกิจสงเคราะห์
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลัก บทความ