ใช้ลายพิมพ์นิ้วมือ แกงได ตราประทับ แทนการลงลายมือชื่อ
          ในการเซนต์เอกสารสัญญาต่าง ๆ นั้น ปกติผู้ทำสัญญาจะเป็นคนลงลายมือชื่อ หรือลายเซ็นลงในหนังสือสัญญา โดยวิธีการใช้ปากกาลงไป ซึ่งกรณีนี้เป็นวิธีการตามปกติที่ใช้เป็นหลักโดยทั่วไป

          แต่สำหรับบางคนที่ไม่สามารถเขียนหนังสือได้ อาธิเช่น เป็นผู้สูงวัย, ผู้ที่เขียนหนังสือไม่ได้ หรือผู้พิการ บุคคลเหล่านี้ ก็คงไม่สามารถจะจับปากกามาเขียนเองได้ ทางออกที่นำมาใช้แทนการเขียนลายมือชื่อที่ปฏิบัติกันโดยทั่วไป ของคนที่ไม่สามารถลงชื่อได้เอง ก็คือการปั๊มหัวแม่โป้งมือ หรือปั๊มลายพิมพ์นิ้วมือ แล้วแต่จะเรียก

          การปั๊มหัวแม่โป้งมือ หรือปั๊มลายพิมพ์นิ้วมือ ที่จะมีผลแทนการลงลายมือชื่อตามกฎหมายนั้น จะต้องมีพยานลงลายมือชื่อรับรองการปั๊มลายพิมพ์นิ้วมือด้วยจำนวน 2 คน จึงจะถือเสมือนเป็นการลงลายมือชื่อตามกฎหมาย

          การใช้ตราประทับ แกงได หรือเครื่องหมายอย่างอื่น แทนการลงลายมือชื่อนั้น กฎหมายก็อนุโลมให้ใช้ได้ แต่ว่าการใช้ตราประทับ แกงได หรือเครื่องหมายอย่างอื่นที่ว่านั้น ก็จะต้องมีบุคคลลงลายมือชื่อรับรองจำนวน 2 คน เหมือนอย่างการปั๊มพิมพ์ลายนิ้วมือด้วยเสมอ

          แต่ว่า การใช้ปั๊มลายพิมพ์นิ้วมือ ตราประทับ แกงได หรือเครื่องหมายอย่างอื่น แทนการลงลายมือชื่อนั้น ถ้าได้ทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย กรณีนี้จะมีข้อยกเว้น ไม่ต้องมีพยานรับรองด้วยแต่อย่างใด

                                                    **********


ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 วรรคสองและสาม
          “ลายพิมพ์นิ้วมือ แกงได ตราประทับ หรือเครื่องหมายอื่นทำนองเช่นว่านั้นที่ทำลงในเอกสารแทนการลงลายมือชื่อ หากมีพยานลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วยสองคนแล้วให้ถือเสมอกับลงลายมือชื่อ
          ความในวรรคสองไม่ใช้บังคับแก่การลงลายพิมพ์นิ้วมือ แกงได ตราประทับ หรือเครื่องหมายอื่นทำนองเช่นว่านั้น ซึ่งทำลงในเอกสารที่ทำต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่”

ตัวอย่างคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4145/2548
          แม้ลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ เป็นเพียงรอยเปื้อนหมึกไม่เห็นลายของนิ้วมือ แต่ใต้ลายพิมพ์ ก็มีคำอธิบายในวงเล็บว่า เป็นลายพิมพ์นิ้วมือของบุคคล ทำให้สามารถเข้าใจได้ว่ารอยดังกล่าวเป็นรอยของลายพิมพ์นิ้วมือ มิใช่รอยเปื้อนหมึก เมื่อโจทก์มีพยานลงลายมือชื่อรับรองสองคนและโจทก์มีพยานมาเบิกความประกอบเอกสารว่าลายพิมพ์ดังกล่าวเป็นลายพิมพ์นิ้วหัวแม่มือข้างขวาของโจทก์ซึ่งนำสืบได้เพราะเป็นรายละเอียด การลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7156/2541
          ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 วรรคสอง บัญญัติไว้ชัดว่า พยานที่จะรับรองลายพิมพ์นิ้วมือต้องมี 2 คน ปรากฏว่าตามสัญญากู้ยืมเงินมี ผ. เป็นพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยเพียงคนเดียว ส่วนโจทก์ลงลายมือชื่อแต่ในช่องผู้ให้กู้เท่านั้น ไม่ได้ลงลายมือชื่อในช่องพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือแม้โจทก์จะเป็นผู้เขียนข้อความตามสัญญากู้ยืมเงิน โดยเฉพาะจะได้เขียนข้อความว่า"รอยพิมพ์นิ้วมือ ง." ไว้ก็ตาม แต่โจทก์มิได้ลงชื่อเป็นพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยด้วย ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าโจทก์ลงชื่อเป็นพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยจึงมีไม่ถึง 2 คน สัญญากู้ยืมเงินย่อมจะถือเสมอกับจำเลยลงลายมือชื่อยังไม่ได้ โจทก์จึงฟ้องร้องบังคับคดีแก่จำเลยไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653
กลับหน้าแรก
กลับหน้าบทความแพ่ง