ทำสัญญา เพราะสำคัญผิดในสาระสำคัญของสัญญา
          การทำสัญญา หากผู้ทำสัญญาได้ทำไป เพราะความไม่เข้าใจ หรือความสำคัญผิด ในเรื่องที่เป็นสาระสำคัญของสัญญา ผลของสัญญาที่ทำลงไปนั้น จะตกเป็นโมฆะ

          ความสำคัญผิด คือ การเข้าใจไม่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง เช่น ความจริงเป็นอย่างหนึ่ง แต่กลับคิดไปเป็นอีกอย่าง เช่น ต้องการทำสัญญาค้ำประกัน แต่ไปลงชื่อในสัญญากู้ยืมเงิน เช่นนี้ การลงชื่อในสัญญากู้ยืมเงิน ย่อมเป็นโมฆะ, หรือเข้าใจว่าเป็นสัญญาว่าจ้าง จึงได้ลงชื่อในสัญญา แต่ปรากฏว่าสัญญาที่เซนต์ชื่อไป กลับเป็นสัญญาขายที่ดิน เป็นต้น

          สิ่งที่เป็นสาระสำคัญของสัญญา คือ ความเข้าใจผิดในเรื่องของแบบสัญญา, ความเข้าใจผิดในตัวบุคคลที่จะทำสัญญาด้วย, หรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เป็นวัตถุประสงค์ในสัญญา เป็นต้น
                                                     **********
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
          มาตรา 156  การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมเป็นโมฆะ
          ความสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ ความสำคัญผิดในลักษณะของนิติกรรม ความสำคัญผิดในตัวบุคคลซึ่งเป็นคู่กรณีแห่งนิติกรรมและความสำคัญผิดในทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม เป็นต้น

ตัวอย่างคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8755/2551
          จำเลยหลอกลวงเอาที่ดินที่ตนไม่มีสิทธิมาหลอกขายให้โจทก์ ทำให้โจทก์เข้าใจว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองสามารถโอนสิทธิและนำไปออกเอกสารสิทธิได้ เป็นการสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมสัญญา การซื้อขายที่ดินจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 156 และต้องนำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับ จำเลยจึงต้องคืนเงินให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6103/2545
          โจทก์ตกลงขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1 โดยสำคัญผิดในราคาที่ดินเพราะถูกนายหน้าหลอกลวงซึ่งจำเลยที่ 1 รู้หรือควรจะได้รู้ถึงการหลอกลวงดังกล่าว การที่โจทก์สำคัญผิดในเรื่องราคาทรัพย์สินที่ตกลงซื้อขายกัน แม้มิใช่สำคัญผิดในลักษณะของนิติกรรมหรือตัวบุคคลซึ่งเป็นคู่กรณีหรือทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม แต่ราคาทรัพย์สินที่ตกลงซื้อขายกันย่อมมีความสำคัญมากพอกับตัวทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม จึงถือว่าโจทก์แสดงเจตนาทำนิติกรรมโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญของนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 156
          เมื่อนิติกรรมซื้อขายที่ดินเกิดจากการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมและเกิดจากกลฉ้อฉลในขณะเดียวกัน แต่ผลทางกฎหมายต่างกันกล่าวคือ นิติกรรมที่เกิดจากการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมมีผลเป็นโมฆะตามมาตรา 156 แต่นิติกรรมที่เกิดจากการแสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉลมีผลเป็นโมฆียะตามมาตรา 159 จึงต้องถือว่านิติกรรมเป็นโมฆะ เพราะเป็นผลดีต่อผู้แสดงเจตนาทำนิติกรรมโดยบกพร่องยิ่งกว่าเป็นโมฆียะ
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลัก บทความ