สำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคล หรือทรัพย์สิน เป็นโมฆียะ
          การทำสัญญา ที่ทำไปด้วยความเข้าใจผิด ในเรื่องคุณสมบัติของของคู่สัญญา หรือเกี่ยวกับคุณสมบัติของทรัพย์สิน ที่ได้กำหนดเอาไว้ในสัญญา ผลของสัญญา จะทำให้สัญญาเป็นโมฆียะ

          ความสำคัญผิดในเรื่องคุณสมบัติของคู่สัญญา หรือเกี่ยวกับคุณสมบัติของทรัพย์สินในสัญญานั้น จะต้องเป็นความเข้าใจผิดที่เป็นสาระสำคัญของสัญญา ที่หากรู้ตั้งแต่แรกแล้ว ผู้ทำสัญญาจะไม่ยอมเข้าไปทำสัญญาด้วย เช่น ซื้อที่ดินพร้อมบ้าน แต่พอรังวัดสอบเขตแล้ว ปรากฏว่าบ้านล้ำเข้าไปอยู่ในที่ดินคนอื่น กรณีนี้ผู้ซื้อบอกเลิกสัญญาซื้อขายได้, หรืออาคารพิพาท ก่อสร้างไม่ถูกต้องตามใบอนุญาตก่อสร้าง การทำสัญญาจะซื้อขายของผู้ซื้อ จึงเป็นการสำคัญผิดในคุณสมบัติของอาคาร ว่าก่อสร้างถูกต้องตามใบอนุญาตก่อสร้าง สัญญาที่ทำจึงเป็นโมฆียะ เป็นต้น   

                                                     **********

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
          มาตรา 157  การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สินเป็นโมฆียะ

          ความสำคัญผิดตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นความสำคัญผิดในคุณสมบัติซึ่งตามปกติถือว่าเป็นสาระสำคัญ ซึ่งหากมิได้มีความสำคัญผิดดังกล่าวการอันเป็นโมฆียะนั้นคงจะมิได้กระทำขึ้น

ตัวอย่างคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2270/2558
          โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาซื้อที่ดินพร้อมบ้านจากจำเลย แต่เมื่อตรวจสอบแนวเขตที่ดินแล้วปรากฏว่า บ้านปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของผู้อื่นบางส่วน เป็นการสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์ โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยและขอให้จำเลยคืนเงิน แต่จำเลยไม่คืนเงินให้ ถือได้ว่าโจทก์มีข้อโต้แย้งสิทธิกับจำเลยแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
          ข้อเท็จจริงรับฟังว่า บ้านพิพาทที่โจทก์ซื้อจากจำเลยตั้งอยู่บนที่ดินที่ซื้อบางส่วนและบางส่วนตั้งอยู่บน
ที่ดินของผู้อื่น กรณีถือได้ว่าโจทก์เข้าทำสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์สิน ตามปกติถือว่าเป็นสาระสำคัญ หากมิได้มีความสำคัญผิดการอันเป็นโมฆียะนั้นคงจะมิได้กระทำขึ้น สัญญาซื้อขายจึงตกเป็นโมฆียะตาม ป.พ.พ. มาตรา 157 โจทก์มีสิทธิบอกล้างโดยการแสดงเจตนาเลิกสัญญาแก่จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายได้และเมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์
กลับหน้าแรก
กลับหน้าหลัก บทความ